วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Good Morning Vietnam (1)

โดย จีน่าจัง (จำนรรจา)

จั่วหัวขึ้นมาก็ทำให้นึกถึงภาพยนตร์ยอดนิยมเรื่องหนึ่งสมัยจีน่าจังยังไม่เกิดเลยค่ะ “ Good morning Vietnam ที่โรบิน วิลเลี่ยมส์  ดาราตลกผู้ล่วงลับแสดงไว้ค่ะ ถ่ายทำที่บ้านเรา (ฉากสนามบินถ่ายที่กำแพงแสนนี่เอง) ดังนั้นก็ไม่แปลกที่มี “พี่แหม่ม” จินตหรา พูลลาภ  เฮ้ย สุขพัฒน์  แสดงเป็นสาวเวียดนามทำตัวน่ารักๆเด่นทีเดียวในเรื่อง ถือเป็นดาราไทยคนแรก ที่ร่วมงานกับ ฮอลลีวู๊ด ช่วงนั้นพี่แหม่มสวยเพรียวมาก   น่าจับมาเป็Idol ให้ Topslim ที่ซู๊ด......

                สำหรับจีน่านั้นเพิ่งมีโอกาส ติดตามแม่ฝนไปเหยียบเวียดนามครึ่งแรกเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่เองค่ะ  เป็นคราวที่ทีม Topslim ของเราไปร่วมออกงานที่เวียดนาม จัดขึ้นที่ Saigon  Exhibition & Convention Center  เมืองไซง่อน หรือโฮจิมินทร์ นั่นแหละค่ะ

                อันเรื่องยอดขาย การหาตัวแทนจำหน่ายนั้น จีน่าไม่ค่อยได้เข้าไปวุ่นวายอะไรกับเขาหรอกค่ะ รู้แต่ว่าทีมงานทุกคน แฮปปี้ ทำได้ดีกว่าเป้า จีน่าก็ร่วมยินดีด้วยแล้วค่ะ

                จีน่า เน้น “ของกิน” ค่ะ มาเวียดนามทั้งทีก็ต้องตระเวนกินให้สมอยาก เวียดนามเป็นประเทศที่ยาวค่ะ ลากจากเหนือมาใต้ ตอนกลางมีเทือกเขาสูงขวางอยู่จำนวนมาก แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการเดินทางติดต่อเพราะพวกเขาใช้เรื่องล่องเลียบชายฝั่งทะเล ชำนาญการเดินเรือมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ

                วัฒนธรรม ลักษณะผู้คน การแต่งตัว อาหารการกิน ระหว่างทางเหนือกับใต้นี่แตกต่างกันชัดเจนค่ะ เอาเวียดนามทางใต้ก่อน นักกินเขามองข้ามไซ่ง่อน หรือ โฮจิมินห์ไปเลยค่ะ ต้องถ่อสังขาร ลากไปที่คันโทเท่านั้น ซึ่ง “อาจารย์ ปรือ” ที่ปรึกษาการตลาดของ Topslim  บอกว่านี่แปลงเป็นภาษาที่ให้เรียกง่ายขึ้นแล้ว ถ้าออกเป็นเวียดนามจะคล้ายๆเสียงขากสเลด ออกเป็นเมืองเกิ้นเท๋อๆ อยู่แถวสามเหลี่ยมปากน้ำโขง หรือ Mekong Delta  ล่ำลือกันว่า “ต้มยำปลาน้ำจืด” ที่นี่อร่อยมาก เป็นเมนูแนะนำแขกบ้านแขกเมือง นายเหงียน บินห์  เพื่อนหนุ่มชาวเวียด ที่เพิ่งแอดเฟรนด์กับจีน่าพาไปชิมค่ะ

                นั่ง มิตซูบิชิ ปาเจโร่ รุ่นเก่า คืบคลาน อย่างน่ากลัวกับวินัยการขับที่ค่อนข้างมั่วซั่ว ของชาวเวียดนามไปทางใต้เกือบสองร้อยกิโลก็ถึงเมืองคันโทนี้ค่ะ  เออชนบทดี เป็นแม่น้ำลำคลองมากมาย ต่อท่อธรรมชาติเข้าเชื่อมกับแม่น้ำโขง เป็นเมืองน้ำว่างั้นเถอะค่ะ  ลักษณะเรือชาวบ้าน เรือประมง ทั่วไป คล้ายคลึงกับบ้านเราค่ะ  สำหรับเรือประมงนั้นหัวเรือทำเป็นดวงตากลม ๆ เหมือนกันทุกลำ ตอนจีน่าไปเมืองจีนก็เห็นเป็นแบบนี้ ที่เกาะกง ที่ตราดก็เห็นเหมือนกันคือตัวเรือเป็นไม้ทาสีฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่สีจะล่อนเหลือแค่เนื้อไม้โล้น  มีตาปรือๆ สีแดงตรงหัวเรือ น่าจะเป็นความเชื่อเชิงโชคลาง ไสยศาสตร์ ที่ถ่ายทอดมาจากจีนค่ะ

                เหงียน บินห์ พาจีน่า ( ซึ่งหนีแม่ฝนมาระหว่างเผลอ)  ไปกินอาหารจานเด็ดที่แพริมน้ำแห่งหนึ่งค่ะ เป็นแพที่ออกไปทางทุ่นลอยน้ำมากกว่าค่ะ โคลงเคลงไปอีกแบบ  สั่งมาลองชิมหลายอย่างตั้งแต่ พื้นๆ เช่นก๋วยจั๊บเวียดนาม ที่ใช้แป้งข้าวทำเป็นเส้นกลมๆ แข็งๆ  - บั๋นต๋ำไบ๋  มั้งถ้าจำไม่ผิด รสชาติงั้นๆ กินแถวอุบลอร่อยกว่าเยอะ  จีน่าลองสั่งบั๋นหอย มาเปรียบเทียบ ว่าเป็นไงรู้สึกผิดหวังค่ะ คืออร่อยเขากับอร่อยเรานี่มันไม่ตรงกัน

         ว่าง 3-4 วันที่เวียดนาม จีน่ารู้สึกว่าอาหารเวียดนามแท้ๆ อร่อยสู้บ้านเราไม่ได้ซักอย่างค่ะ  เอ้า! กลับมาที่จานแนะนำ “ต้มยำปลาหม้อไฟ” ค่ะ มันคือ เล่าบั๋นฟูซา เรียกสั้นๆว่า เล่าบั๋น หรือเหล่าบั๋น  หม้อไฟที่ว่านี้นายเหงียน บินห์  คุยเกือบยี่สิบรอบว่า เทียบเท่า “ต้มยำของไทย” ต้องลองให้ได้เขาว่างั้น

                รอไม่นานเขาก็ยกออกมาเสิร์ฟค่ะ  ทั้งชุดมีหม้อไฟใส่ผักเขียวๆ ถามดูบอกเป็นใบลำพู  เคียงมาด้วยดอกลำพูสีม่วงๆชมพูๆ แน่นอน มากับเส้นขนมจีน หรือก๋วยจั๊บเวียดนามนั่นเอง มีน้ำจิ้มพริกน้ำส้ม รสชาติอ่อนมากไม่แซบถึงทรวง แพ้ของบ้านเรา   ลอยคออยู่ในหม้อคือเนื้อปลาสวาย หั่นชิ้นใหญ่เต็มปากเต็มคำ เนื้อหวานมัน ฉ่ำปาก อร่อยมากค่ะ (ตามความคิดของคนเวียดนาม)

                เมื่อจีน่ารับบทหมึกแดงชวนชิม

                ตะกี้ จีน่าได้แต่วิจารณ์เนื้อปลาว่าหวานมัน ชุ่มฉ่ำเพียงใด แล้วรสชาติหละ สมกับที่เป็น “ต้มยำปลาสวายหม้อไฟ”  จ้าวแห่งอาณาจักรเหงียนหรือไม่ ???

                มันคือ “ต้มเปรี้ยวหวานหม้อไฟ”  โว๊ยค่ะ  ยกซดหมดหม้อยังไม่โฮกฮือฮือฮา น้ำหูน้ำตาไหลเลยค่ะ รสชาติมันคือต้มเปรี้ยวหวานๆๆๆค่ะ ไม่มีเผ็ดร้อนเค็มหอม อย่านำมาเทียบกับต้มยำปลาสวายเลยค่ะ เอาให้ผ่านแกงส้มดอกลำพูแกล้มขนมจีนก็ไม่ติดฝุ่นแล้วค่ะ

                อุ๊ย! แม่ฝน Line หาตัว
จีน่าขอปลีกจิตไปเฝ้าเธอก่อนนะค่ะ

                                                               
จีน่าจัง ค่ะ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น